เด็กผีไม่ถูกใจสิ่งนี้ ! อดีตโค้ช ฟันธง น้องเด เหมาะเล่นให้ เรือ & บุญทุ่ม

ฟรานส์ โฮค อดีตโค้ชผู้รักษาประตูของ​ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัมภาษณ์แบบขัดใจเด็กผีว่า ดาบิด เด เคอา เก่งพอและเหมาะสมจะเล่นให้ บาร์เซโลนา และ ​แมนเชสเตอร์ ซิตี้
“ผมเคยทำงานร่วมกับ เด เคอา นานสองปีที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จึงกล้ายืนยันว่าระดับความสามารถของเขานั้นสูงส่งมากจริง ๆ” โฮค กล่าวกับ มาร์ก้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของอนาคตมือชาวชาว สเปน ใน ​ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์นี้
“ความยากของการเล่นฟุตบอลในลีกอังกฤษคือ นักเตะต้องลงแข่งแบบ 3 วันต่อ 1 นัดบ่อยมากจนทำให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสม และนั่นทำให้แม้แต่นายทวารระดับท็อปก็เสียประตูได้ง่าย ๆ บ่อยครั้งเช่นกัน”
​”กลับกัน ถ้าคุณลองดูตอนเขาเล่นให้ทีมชาติสเปน เราจะไม่มีวันได้เห็นข้อผิดพลาดต่าง ๆ แบบที่เกิดขึ้นในช่วงหลังนี้แน่นอน”
“เด เคอา เนี่ยเหมาะจะเล่นให้ทีมแกร่ง ๆ อย่าง บาร์เซโลนา หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากเลยนะ สไตล์น่าเข้ากันดีเพราะสองสโมสรนี้เน้นเล่นบอลด้วยเท้า แถมคุณภาพยังสูงลิ่วอีกต่างหาก”

เพิ่มเติม >> http://utabet.over-blog.com/2019/05/-273.html

มีแววรุ่ง ! ตำนานหงส์แนะ คล็อปป์ เซ็นกองกลาง จิ้งจอกน้ำเงิน

สตีฟ นิโคล หนึ่งในตำนานนักเตะ ​สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ได้ออกมาแนะนำให้ทีมคว้าตัว เจมส์ แมดดิสัน จาก เลสเตอร์ ซิตี้ เข้าทีมใน ​ตลาดซื้อขายนักเตะ ช่วงซัมเมอร์นี้
กองกลางดาวรุ่งของ จิ้งจอกสยาม สามารถโชว์ฟอร์มได้เป็นอย่างดีใน ​ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาลแรกของตัวเองจนตกเป็นข่าวกับยักษ์ใหญ่เช่น ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ​ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ด้วย
“คล็อปป์ ได้ใช้กองกลางสามคนในฤดูกาลหลังๆ โดยเฉพาะปีนี้ พวกเขาก็ได้ทำงานหนักมากๆ ในการป้องกันโอกาสคู่แข่งและจ่ายบอลให้สามประสานแดนหน้า” นิโคล กล่าว
“ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยด้วยนักเตะอย่าง แมดดิสัน ที่แทบไม่ต้องสงสัยแล้วจากฝีเท้าที่โชว์ออกมาใน พรีเมียร์ลีก”
“เขาเป็นนักเตะที่สามารถเล่นเกมรับได้ดีพร้อมสร้างโอกาสให้กับทีมด้วย ซึ่งหากได้มาก็เชื่อว่าการทำประตูน่าจะเพิ่มขึ้น”

เพิ่มเติม >> https://123ufabet.blogspot.com/2019/05/blog-post_82.html

พชรยินดีอะคาเดมี่ หวังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นแชมป์คนแรกของ ONE

เพชรดำมีดีกรีแชมป์มวยไทยหลายสมัย มีลูกเตะซ้ายทรงพลังเป็นเครื่องหมายการค้า เขามาจากค่ายดังของวงการอย่าง เพชรยินดี อะคาเดมี่ เช่นเดียวกับเพื่อนนักมวยร่วม
ค่ายชื่อกระฉ่อนอย่าง เพชรมรกต และ เซราะกราว ตลอดเส้นทางนักมวยไทยอาชีพนั้น เขาคว้าเกียรติยศมาครองมากมาย ทั้งแชมป์เวทีลุมพินีและแชมป์มวยไทยของ WBC รวมถึงแชมป์มวยรอบโตโยต้า มาราธอน ซึ่งตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เพชรดำจะได้มีโอกาสคว้าเข็มขัดที่ทรงคุณค่าอีกเส้นมาครอง นั่นก็คือแชมป์ของ ONE

https://duandeaseeo.wordpress.com/2019/05/17/%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%ad/

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา น้องโอ๋สามารถคว้าแชมป์ ONE

มวยไทย รุ่นแบนตัมเวตมาครองได้สำเร็จ หลังชนะคะแนนอย่างเอกฉันท์เหนือ หาน จือ หาว กำปั้นรุ่นน้องชาวจีน ในศึก ONE: CLASH OF LEGENDS ซึ่งตอนนี้เขาก็พร้อมแล้วที่จะขึ้นสังเวียนป้องกันเข็มขัดแชมป์ครั้งแรกด้วยการพบกับ ฮิโรอากิ “Kaibutsukun” ซูซุกิ ผู้ท้าชิงชาวญี่ปุ่น
ด้านซูซุกิ คือหนึ่งในยอดฝีมือที่มีลีลาน่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดคนนึงของ ONE Super Series เขาประเดิมเวทีด้วยการชนะ ไดวิดัส ดานีล่า เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว จากนั้นก็อัด โมฮัมเหม็ด “Jordan Boy” บิน มาห์มุด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนจะได้โอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพ ด้วยการท้าชิงแชมป์กับตำนานอย่าง น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว
คู่รองของรายการในค่ำคืนเดียวกัน เพชรดำ “Baby Shark”

อ่านต่อ >> http://utabet.over-blog.com/2019/05/3-4.html

จัดหนักจัดเต็ม! “น้องโอ๋” ป้องแชมป์ “ซูซุกิ” พร้อมนำทัพอีก 5

สำหรับน้องโอ๋ คือตำนานที่ยังมีชีวิตแห่งวงการมวยไทย ดีกรีแชมป์มวยไทยหลายสมัย และได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในกำปั้นที่มีอาวุธครบเครื่องที่สุดคนนึงตลอดกาล
น้องโอ๋เกิดในครอบครัวชาวนา เริ่มฝึกฝนมวยไทยตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ก่อนใช้เวลาเพียง 2-3 ปีก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของนักมวยรุ่นเดียวกัน จากนั้นเมื่ออายุได้ 14 ปี เขาตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อมุ่งมั่นเป็นนักมวยไทยอาชีพอย่างเต็มตัว
หนึ่งปีต่อมา เขาได้ขึ้นเวทีดังอย่าง ราชดำเนิน ก่อนเดินหน้าสั่งสมประสบการณ์อีกมากกว่า 300 ไฟต์ จนคว้าแชมป์มวยไทยแห่งชาติได้ 2 สมัย, แชมป์เวทีลุมพินี 4 สมัยใน 4 รุ่นน้ำหนัก รวมไปถึงแชมป์เวทีราชดำเนินด้วย

เพิ่มเติม >> https://deejai.home.blog/2019/05/17/%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99/

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย

เตรียมการสู่มหกรรมกีฬา “พาราลิมปิกเกมส์ 2020” ที่ญี่ปุ่น

พื่อให้กีฬาคนพิการประสบความสำเร็จ ในหลายมิติ อาทิ เรื่องการแข่งขัน หรือ การพัฒนานักกีฬา รวมถึงบุคลากรทางการกีฬา ส่วนในเอเชี่ยนพาราเกมส์ 2018 ซึ่งนักกีฬาเราทำผลงานได้อันดับที่ 7 แต่ต้องบอกว่าเราไม่ได้พอใจร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะจำนวนเหรียญทองเราอาจเพิ่มขึ้น แต่ทว่าอันดับเราตกลง ทำให้ต้องลงไปดูในรายละเอียดในแต่ละประเภทกีฬา เนื่องจากในบางชนิดกีฬาเราทำผลงานงานได้ดีเกินคาด เพราะมีนักกีฬาหน้าใหม่เข้ามาสร้างผลงานทำลายสถิติของตัวเอง และการแข่งขัน แต่ก็มีบ้างกีฬาที่ทำผลงานได้ไม่ดี ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการพาราลิมปิก และสมาคมกีฬาฯ เราต้องหาจุดอ่อนของเราเพื่อกลับมาพัฒนาให้ดีขึ้นให้ได้ในอนาคต
ขณะที่ความสำเร็จในด้านอื่นๆ ในเวลานี้ต่างชาติให้ความสำคัญกับพาราลิมปิกมาก ๆ โดยเฉพาะพาราลิมปิกไทย ซึ่งที่ผ่านมาตนได้รับเชิญจาก IPC ให้เป็นกรรมการของอกิตอส (AGITOS) ซึ่งเป็นมูลนิธิที่พัฒนานักกีฬาพาราของพาราลิมปิกสากล ซึ่งถือเป็นตัวแทนของเอเชียไปนั่งเป็นคณะกรรมการ เนื่องจากเขาไม่ได้เล็งเห็นความสำคัญในด้านกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่เขามองถึงเรื่องการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ และเอกชน ซึ่งประเทศไทยทำได้ดีมาก ๆ
นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่น เจ้าภาพ โอลิมปิกเกมส์ 2020 และ พาราลิมปิกเกมส์ 2020 รัฐบาลเขาจึงอยากให้ทุกจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วม แม้ว่าจะไม่เป็นเมืองที่จัดการแข่งขันก็ตาม ทำให้หลายเมืองในประเทศญี่ปุ่น ให้ความสนใจพาราลิมปิกไทย เปิดให้นักกีฬาของไทยเข้าไปฝึกซ้อมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย ได้ไปฝึกซ้อมที่ จังหวัดอาคิตะ ประเทศญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเรา แต่อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่าหากเราไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐเราคงไม่มีถึงจุดนี้ได้
“เมื่อมองในภาพรวมของปี 2561 แล้ว ต้องบอกว่าเป็นปีที่ดี เพราะจากการที่เราวางรากฐานกันมากว่า 10 ปี ทำให้เราได้เห็นผลที่งอกเงยออกมาเพราะเรามีนักกีฬารุ่นใหม่หน้าใหม่เพิ่มขึ้นและได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนมากขึ้น และทำให้ผู้บริหารคณะกรรมการพาราลิมปิกทั่วโลกให้ความสำคัญ และเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยมากขึ้น และเชิญประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันรายการต่างๆ ทำให้คิดว่ามันเป็นทิศทางที่ดี และถือว่าเป็นความสำเร็จร่วมกันของพวกเรา”
สำหรับในปี 2019 ไม่มีมหกรรรมกีฬาใหญ่ ๆ ถึงแม้ว่า จะมีการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ ประเทศฟิลิปปินส์ แต่เจ้าภาพ ขอเลื่อนกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ไปจัดการแข่งขันในต้นปี 2020 อย่างไรก็ตาม เราได้มีการพัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปี ก็ได้ส่งนักกีฬาออกไปแข่งขันเพื่อเก็บคะแนนสะสมพาราลิมเกมส์แล้ว รวมถึงการจัดการแข่งขันรายการต่างๆ ในประเทศหลายรายการ ซึ่งเป็นการพัฒนาและเตรียมพร้อมสำหรับปี 2020 ซึ่งเราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องทำผลงานให้ดีกว่าครั้งที่แล้ว
โปรแกรมมหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการ ในระดับนานาชาติ รายการใหญ่ อาเซียนพาราเกมส์ ที่เมืองซูบิค ประเทศฟิลิปปินส์ จะแข่งขัน วันที่ 18-25 มกราคม 2563 บรรจุ 16 ชนิดกีฬา และ พาราลิมปิก เกมส์ 2020 ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 25 สิงหาคม – 6 กันยายน 2563 แข่งขัน 22 ชนิดกีฬา ซึ่งผลงานใน “ริโอเกมส์” ปี 2016 ไทย คว้ามาได้ 6 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง

เพิ่มเติม >> https://deejai1.blogspot.com/2019/05/30.html